ประวัติความเป็นมา องค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล)

องค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล)

ประเทศทั่วโลกเมื่อก้าวขึ้นสู่ยุคสมัยใหม่ ต้องแก้ปัญหาพื้นฐานของชาติ 3 ปัญหา คือ
1. ปัญหาเอกราช
2. ปัญหาทางสังคม
3. ปัญหาประชาธิปไตย

          สำหรับประเทศไทย มี 2 ปัญหาคือ ปัญหาทางสังคม และปัญหาทางประชาธิปไตยเท่านั้น คนไทยที่รักชาติบ้านเมืองเพียรพยายามที่จะก่อตั้งกลุ่มองค์กร องค์การ ขบวนการต่างๆและพรรคการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาประชาธิปไตยดังกล่าว ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะพรรคการเมืองไทย ไม่มีลักษณะเป็น “พรรคของมวลชน ( MASS PARTY)” จึงไม่มีพลังพอที่จะทำภารกิจสร้างประชาธิปไตยและแก้ปัญหาของชาติได้สำเร็จ ทำได้เพียงส่งคนรับสมัครการเลือกตั้งเท่านั้น จึงทำให้เกิดดารรัฐประหารแล้วร่างรัฐธรรมนูญ แล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง เป็นวงจรอุบาทว์วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้น ทำให้ประเทศชาติของเราต้องตกอยู่ในฐานะด้อยพัฒนา และประชาชนยากจนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดทั้งๆที่ประเทศอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรมนุษย์เพราะตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่ดีเลิศ และคนไทยมีลักษณะพิเศษประจำชาติอันสูงส่ง

 

          ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่รุ่งเรืองมาในประวัติศาสตร์อันยาวนานและด้วยเหตุผลนี้ เมื่อประเทศไทยมาอยู่ท่ามกลางความก้าวหน้าของโลกปัจจุบัน จึงไม่มีเหตุผลที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศยากจน และไม่มีเหตุผลที่คนไทยจะตกอยู่ในความทุกข์ยาก ดังที่ปรากฏในขณะนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คน ผู้ที่เข้ามาแก้ไขเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต มีความสามารถ แต่ถึงแม้จะมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความสามารถเพียงใด ถ้าแก้ไขปัญหาทั้งหลายภายในกรอบของระบอบการปกครองในปัจจุบันก็ไม่มีทางที่จะแก้ไขได้ เพราะปัญหาสำคัญอยู่ที่หลักการ ก่อนอื่นคืออยู่ที่ระบอบการปกครองซึ่งยังไม่เป็นประชาธิปไตยนั่นเอง

 

          ดร. อนันต์ บูรณวนิช อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และผู้ทรงคุณวุฒิประจำศาลรัฐธรรมนูญ และคณะซึ่งได้ตั้งสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้น ได้ศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาหนทางดังกล่าว และมีความเห็นตรงกันว่า ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา จะปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้ ดำรงอยู่ต่อไปไม่ได้ ดังนั้น ดร. อนันต์ บูรณวนิช และคณะจึงได้ก่อตั้ง “องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2546 ภายใต้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 โดยจัดตั้ง สำนักงานประธาน และต่างประเทศขึ้น (GLOBAL OFFICE) ขึ้น ณ

 

12/7-9 ถนนพลับพลาไชย แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
ซึ่งต่อมา พลโท ปิติภาคย์ ป้อมนาค ประธานที่ปรึกษาองค์การตรวจการใช้อำนาจรัฐ ได้รับมอบหมายให้สานต่อนโยบายดังกล่าวขึ้น
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2550 ณ อาคารฟอรั่ม ทาวเวอร์ เลขที่ 184/90 ชั้น 18 ถนนห้วยขวาง แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 และต่อมาได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่459 / 282 หมู่ 4 ถ. ร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ ลาดกระบัง กรุงเทพ ฯ 10240
โทร. 02 -3696018 , 02 – 3696019 แฟกซ์ 02 – 3696018

 

วิสัยทัศน์
          เป็นองค์กรหลักและศูนย์กลางความร่วมมือช่วยเหลือในการดำเนินการของคณะกรรมการบริหารสูงสุดขององค์การ ที่มีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับ เชื่อถือศรัทธาจากประชาชนและนานาประเทศ

 

วัตถุประสงค์
          1. เพื่อควบคุมและตรวจสอบอำนาจรัฐในทุกระดับให้เป็นไปโดยโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ป้องกันมิให้เกิดความบิดเบือนในอำนาจนั้นและให้เป็นไปตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย
          2. เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ในการบังคับใช้กฎหมาย การเลิก การออก และการแก้ไขกฎหมายให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และกฎบัตรสหประชาชาติที่ใช้ในปัจจุบัน
          3. เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และชนชาติสมาชิก ของนานาประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และอื่นๆในสังคม
          4 . เพื่อสำรวจถึงและผลกระทบของการฉ้อราษฎร์บังหลวงในสังคมไทย ซึ่งเป็นการสานต่อพระบรมราโชบายของพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 6 และรัชการที่ 7 ในการสถาปนาการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติให้สำเร็จ

 

นโยบาย
          1. เพื่อศึกษาถึงหลักการในการได้มาซึ่งอำนาจรัฐนั้นให้เป็นไปตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม
          2. เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการพัฒนาประเทศ การบริหารการจัดการ และการดำเนินงานขององค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ(สากล)
          3. ให้คำแนะนำ ส่งเสริม ความรู้ด้านกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรมแก่ประชาชนและบุคคลทั่วไป ตลอดจนชาติสมาชิก
          4. ศึกษาและรวบรวมกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎกระทรวงมติของรัฐมนตรี และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญให้มีการแก้ไขโดยเร็ว

          5. ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย การวินิจฉัยกฎหมายให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

 

แนวทางการปฏิบัติ
          1. ประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่กิจกรรมและรณรงค์ให้ความรู้ด้านกฎหมาย และรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศ
          2. มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
          3. ปฏิบัติ ยึดถือตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายอื่นๆ ขนบธรรมเนียมประเพณี และเอกลักษณ์ของชาติโดยเคร่งครัด
          4. บุคคลกรในองค์กรทุกๆคนจะต้องเป็นผู้มีความเสียสละอย่างสูงและปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงใจ โปร่งใส มีทัศนคติและเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง ใช้หลักธรรมาภิบาล( GOOD GOVERNANCE) เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่
                   (1) การมีส่วนร่วม (Participation) เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด
                   (2) หลักนิติธรรม (Rule of Law) ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ละเมิดกฎหมาย
                   (3) ความโปร่งใส (Transparency) สามารถตรวจสอบได้
                   (4) การตอบสนอง (Responsiveness) ตอบสนองความต้องการของประชาชน
                   (5) มติร่วม (Consensus) มีความเห็นพ้องต้องกัน
                   (6) ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม (Equity) ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
                   (7) ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Effectiveness and Efficiency)
                   (8) ความรับผิดชอบ (Accountability)
                   (9) วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Vision)
          5. ให้ความช่วยเหลือ คุ้มครองประชาชน และชนชาติสมาชิก ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยถูกข่มเหง รังแก ข่มขู่ จากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ
          6. ประสานความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับทุกองค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือ ช่วยเหลือในการดำเนินงานเพื่อสิทธิศักดิ์ศรีและคุ้มครองความเป็นมนุษย์
          7. กำหนดและดำเนินการตามนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ ของชนชาติสมาชิกและประชาชน เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบโครงสร้างการบริหารการจัดการและฝ่ายบุคลากร ให้มีมาตรฐานสู่ความเป็นเลิศ
          8. ในฐานะเป็นองค์กรของประชาชนและเพื่อประชาชนตลอดจนชนชนติสมาชิก องค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล) มีอำนาจในการตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับธุรกรรมต่างๆเพื่อรักษาทรัพย์สินของชาติที่เป็นภาษีของประชาชน ตลอดจนผู้บังคับใช้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ
          9. ให้ความร่วมมือกับทุกองค์กร หน่วยงาน และมวลชนในการแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศ และส่งเสริมช่วยเหลือในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป
         10. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกระดับขององค์กรฯ จะต้องศึกษาหาความรู้รอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎบัตรแห่งสหประชาชาติที่ใช้ในปัจจุบัน ตลอดจนศึกษาหาความรู้ระบอบการปกครองประชาธิปไตยสากล ให้สามารถนำไปถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนได้
         11. ให้พิจารณาปัญหาใหญ่หรือส่วนรวมเป็นสำคัญ และใช้มาตรการประสานประโยชน์ด้วยหลักนิติธรรม และจริยธรรม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ ได้ให้องค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ(สากล)ได้เข้าร่วม เป็นเครือข่าย เพื่อสร้างสรรค์ สังคมสู่วัฒนธรรม การเคารพสิทธิมนุยษ์ชน ซึ่งกันและกัน Read more

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Copyright © 2009-2010 Authority Verify Organization (International)