
พลโท ปิติภาคย์ ป้อมนาค
ประธานองค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล)
เกิด : วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2488
อดีต
- ผู้ชำนาญการกองทัพบกและผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ( พลตรี) ปี พ.ศ. 2544- 2548
- ผู้อำนวยการกองกิจการพิเศษ ( พันเอก พิเศษ ) และผู้ช่วยผู้อำนวยการ ( พลตรี) สำนักงานประสานงาน
และพัฒนาระบบการต่อสู้แบบเบ็ดเสร็จ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ( ปพส. กอ. รมน. ) ปี พ.ศ. 2543 - 2545
- คณะกรรมการปรับโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ( กอ.รมน.)ปี พ.ศ. 2545
: หัวหน้าชุดประสานงาน ด้านการข่าว ( หน.ชปส.) ศูนย์ปฏิบัติการกองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายใน ( ศปก.กอ.รมน.) ปี พ.ศ. 2545 -2547
: หัวหน้าชุดตรวจกิจการทางการส่งกำลังบำรุงกองทัพบก ( หน. ชตบ.ทบ.)ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ปี พ.ศ. 2547- 2548
: ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พลโท) ปี พ.ศ. 2549
: หัวหน้าคณะทำงานปัญหาเส้นเขตแดนกองทัพบก (หน.ปขด.ทบ.) ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)
ปีพ.ศ. 2548 -2549
: ประธานที่ปรึกษาองค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ปี พ.ศ. 2549 -2550
ปัจจุบัน
: ประธานองค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ ( สากล )
การศึกษา
: มัธยมศึกษาปีที่ 8 โรงเรียนวัดศรีมหาธาตุ บางเขน กทม.( ปี พ.ศ. 2506)
: โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 (นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 ) ( ปี พ.ศ. 2508 )
: โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ รุ่นที่ 17 ) (ปี พ.ศ. 2512)
ยศทหาร
: ว่าที่ร้อยตรี เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2512 จังหวัดอุดรธานี
: ร้อยตรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2512 จังหวัดอุดรธานี
: ร้อยโท เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2515 จังหวัดอุดรธานี
: ร้อยเอก เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 รร. จปร. (กทม.)
: พันตรี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2522 จังหวัดขอนแก่น
: พันโท เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2525 จังหวัดขอนแก่น
: พันเอก เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2533 อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
: พันเอก (พิเศษ) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2535 กอ.รมน. กทม.
: พลตรี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 กอ.รมน. กทม.
: พลโท เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2549 กอ.รมน. กทม.
ตำแหน่งที่สำคัญ
: ผู้บังคับหมวดปืนเล็กกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมผสมที่ 13 จังหวัดอุดรธานี (ร.ต.) ปี 2512
: ผู้บังคับกองร้อยกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมผสมที่ 13 จังหวัดอุดรธานี (ร.ท.) ปี 2514
: ผู้บังคับหมวดกรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ กทม. (ร.อ.) ปี 2518
: ผู้บังคับกองร้อยกรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ กทม. (พ.ต.) ปี 2521
: เสนาธิการกรมทหารราบที่ 8 จังหวัดขอนแก่น (พ.ท.) ปี 2525
: ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 8 จังหวัดขอนแก่น (พ.ท.) ปี 2527
: หัวหน้ายุทธการและการข่าวศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (พ.อ.) ปี 2532
: รองผู้อำนวยการกองวิทยาการศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (พ.อ.) ปี 2533
: รองผู้บังคับการกรมนักเรียน โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (พ.อ.) ปี 2534
: ผู้ชำนาญการกองทัพบก (พลตรี) กทม. ปี 2544
: ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พลโท) กทม. ปี 2549
ผลการปฏิบัติงานราชการพิเศษ
1. ปฏิบัติงานราชการพิเศษ ณ ประเทศที่ 3 (สปป. ลาว) ตำแหน่ง ผบ. มว.ปล. BI –I3 พื้นที่ เมืองซำทอง เมืองล่องแจ้ง และบริเวณทุ่งไหหิน ตั้งแต่ วันที่ 27 มีนาคม 2514 , วันที่ 30 เมษายน 2515 ผลการปฏิบัติงานเป็นผู้บังคับหมวดควบคุมกำลังป้องกันเมืองซำทอง และ เมืองล่องแจ้ง ทำให้กลุ่มต่อต้านในประเทศลาวและสมทบด้วยกองกำลังของเวียดนาม ไม่บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งสามารถป้องกันเมืองทั้งสองไว้ได้ และได้รับบำเหน็จของการสู้รบในการปะทะข้าศึก และได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นเงินเพิ่มมาจากการสู้รบ (พ.ส.ร.) จำนวน 4+1 ขั้น = 5 ขั้น เป็นเงิน 375 บาท / เดือน ณ ยุทธภูมิดังกล่าว
2. ปฏิบัติราชการพิเศษปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 1333 พื้นที่ อำเภอ ปากชม จังหวัดเลย และตำแหน่งผู้บังคับชุดควบคุมที่ 08 อำเภอ สุวรรณคูหา จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่ ปี 2516 – ปี 2524
3. ปฏิบัติราชการพิเศษปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในตำแหน่งเสนาธิการหน่วยผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ 25 (เสธ. พ.ต.ท. 25 ), ตำแหน่งผู้บังคับชุดควบคุมทหารพรานของกองทัพภาคที่ 3 (ผบ. ชด. ทพ. ที่ 301) พื้นที่ อำเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และในตำแหน่งผู้บังคับกองพันเฉพาะกิจทหารราบที่ 802 (ผบ. พัน ร.ฉก. 802 ) พื้นที่ อำเภอสังขะ จังหวัด สุรินทร์ และพื้นที่ อำเภอ ด่านซ้าย จังหวัดเลย ตั้งแต่ปี 2525 -2534
ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ ปี 2516 – 2534 ในพื้นที่ชายแดน ไทย - ลาว , ไทย - พม่า , ไทย - กัมพูชา ทำให้สถานการณ์การก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หมดไปและทำให้พื้นที่ประเทศไทยยุติการก่อการร้าย มีความสงบสุขมั่นคง จนถึงยกเลิกพระราชบัญญัติการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ จนถึงปัจจุบัน
4. ปฏิบัติราชการพิเศษปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในตำแหน่งหัวหน้ายุทธการและการข่าว โครงการ 513 ตำแหน่ง ผู้บังคับการส่วนแยกที่ 19 (ผบ. ส่วนแยกที่ 19 ) อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ของหน่วยกองกำลังทหารพรานกองทัพบก (กกล.ทพ.ทบ.) ค่ายปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัด นครราชสีมา (ตั้งแต่ปี 2536-2538)
5. ปฏิบัติราชการพิเศษปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในตำแหน่งผู้บังคับการส่วนกำลังรบ , ผู้บังคับการส่วนการฝึกและการศึกษา และรองผู้บัญชาการกำลังทหารพรานกองทัพบก ค่ายปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัด นครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2541 - ปี 2543
ผลการปฏิบัติงานในโครงการ 513 กองกำลังทหารพรานกองทัพบก ค่ายปักธงชัย (กกล.ทพ.ทบ.) ได้ดำเนินการเป็นนายทหารวางแผนการปฏิบัติการยุทธการปฏิบัติการพื้นที่ชายแดนไทย - พม่า และไทย – มาเลเซีย โดยเฉพาะการปฏิบัติราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้กำลังอาสาสมัครทหารพราน ค่ายปักธงชัย จำนวน 9 กองร้อยทหารพรานจู่โจม จนเป็นผลสำเร็จทำให้ในเรื่องการแบ่งแยกดินแดนสงบเรียบร้อยมีความมั่นคงประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขในขณะนั้นจนถึงปัจจุบัน
6. ปฏิบัติราชการพิเศษ ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) สวนรื่นฤดี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองกิจการพิเศษ (ผอ.กพศ.ปพส.กอ.รมน.) ตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ (ผช.ผอ.ปพส.กอ.รมน.) สำนักงานประสานงานและพัฒนาระบบการต่อสู้เบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ ปี 2543 - ปี 2545
ผลการปฏิบัติงานด้านคุมกำลังมวลชนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) สามารถสร้างกลุ่มพลังมวลชนของ ทสปช. ได้จำนวน 700,000 คน กลุ่มพลังมวลชนหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน (ปชด.) หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) และหมู่บ้านทหารกองหนุนแห่งชาติ (กนช.) ทั้งหมดได้ 76 จังหวัด ได้ประมาณ 20,000 หมู่บ้าน ทำให้สถานการณ์การก่อการร้ายและภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงลดความรุนแรงในระดับหนึ่ง
7. ปฏิบัติราชการพิเศษ ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) สวนรื่นฤดี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ในตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน (ด้านข่าวกรอง) และตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานปัญหาเส้นเขตแดนกองทัพบก ศูนย์ปฏิบัติการกองอำนวยการความมั่นคงภายใน (ศปก.กอ.รมน.) ตั้งแต่ ปี 2545 - ปี 2549
ผลงานที่ได้รับมอบหน้าที่รับผิดชอบในกองอำนวยการการรักษาความมั่นคงภายใน พื้นที่ชายแดน ไทย – พม่า , ไทย – ลาว , ไทย - กัมพูชา , ไทย - มาเลเชีย 30 จังหวัดชายแดน และจังหวัดปัตตานี รวม 31 จังหวัด และได้รับหมอบหมายให้ดำเนินการในโครงการเครือข่าย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน การรักษาความมั่นคงภายใน โดยจัดตั้งกลุ่ม มวลชนเร่งด่วนขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต และจังหวัดชายแดนดังกล่าวโดยเฉพาะ ชายแดน ไทย – มาเลเชีย จัดตั้งอีก 8 จังหวัด ภายในภาคใต้ จึงสามารถจัดตั้งมวลชน ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าหน้าที่ปัญหาเส้นเขตแดนและการข่าวความมั่นคง ในพื้นที่ Nomansland (สากล) ได้ประมาณ 15,000 - 20,000 คน เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ได้จัดทำบัตรแสดงตนบัตรประจำตัวมวลชนไว้ให้ประสานงานกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่แทนงบประมาณที่ไม่มีให้ทำงานโดยขออำนวยความสะดวก ในการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ทำให้เกิดผลงานเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งของสมาชิกเจ้าหน้าที่เหล่านั้นปฏิบัติงานด้วยอุดมการณ์ และความรักชาติ ทำให้สถานการณ์ โดยเฉพาะ 30 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดปัตตานี ลดระดับความรุ่นแรงไปได้มากที่เดียว โดยผลงานของเจ้าหน้าที่ เหล่านั้น ยึด- จับ แนวร่วมและอาวุธยุทธโธปกรณ์ได้มากมาย จนถึงปัจจุบัน
สำหรับสถานการณ์ภัยคุกคามต่างๆ อันมียาเสพติด , แรงงานผิดกฎหมาย , การก่อการร้ายข้ามชาติ ของเถื่อนที่ผิดกฎหมาย , อิทธิพลมืด ,ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนที่มีผลกระทบและเป็นปัญหาต่อการสำรวจและกำหนดการปักปันเขตแดน ไทย – ลาว , ไทย – พม่า , ไทย - กัมพูชา , และไทย - มาเลเชีย จากการปฏิบัติที่มี ศักยภาพและมีขีดความสามารถทำให้ภัยคุกคามต่างๆดังกล่าวนั้นลดลง และไม่มีสถานการณ์รุนแรงต่อประเทศเพื่อนบ้านจนมาถึงปัจจุบัน
จากผลงานที่ พลโท ปิติภาคย์ ป้อมนาค ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และขยันหมั่นเพียร ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม การปฏิบัติงานเป็นผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ได้รับการชมเชย และได้รับความไว้วางใจจากผู้บัญชา ตลอดจนได้รับความเคารพนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอมา และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตลอดจนการประดับเหรียญชายแดน และเหรียญพิทักษ์เสรีชน เป็นบำเหน็จ
รางวัลในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และจงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน มาตลอดในชีวิตรับราชการทั้งชีวิตจริงใจและจริงจัง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2512
- เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บ.ช.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2518
- จตุถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520
- จตุถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2523
- ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2526
- ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2531
- ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2533
- ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536
- ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2544
- ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2547
เหรียญตรา
- เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 2 (ปี พ.ศ. 2514)
- เหรียญราชการชายแดน (ปี พ.ศ. 2516 )
การต่างประเทศและการเมือง
- เป็นผู้สังเกตการณ์การฝึกหลักสูตรครูฝึกทำการรบ ณ . โรงเรียนศูนย์สงครามพิเศษทางบก เมืองคานังกร้า รัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย (ปี พ.ศ. 2533)
- เป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา เมื่อปี พ.ศ. 2546
- ร่วมศึกษาดูงาน และเจรจาธุรกิจด้านการคมนาคม และการขนส่ง ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ในรัฐซานฟรานซิสโก , รัฐลาสเวกัส และรัฐลอสแองเจลลิส (ปีพ.ศ. 2547 )
- เป็นประธานที่ปรึกษาองค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (ปีพ.ศ. 2549)
ประสบการณ์
ทั้งชีวิตการรับราชการทหาร และค่อนชีวิตรับราชการทำงานร่วมกับประชาชนในเรื่องความมั่นคงมาโดยตลอด ตามผลงานดังกล่าวข้างต้นที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในการรับมอบหมายให้จัดตั้งมวลชน (ประชาชนผู้รักชาติ) ขณะนั้นมีมากมาย แต่การใช้งานไม่เคยมีงบประมาณให้ไปใช้ในการจัดตั้ง แต่ด้วยความรักชาติของสมาชิกจึงสมารถจัดตั้งมวลชนได้จำนวนมาก ทั้งที่มวลชนเหล่านั้นไม่ได้มี
หลักประกันอะไรเลย ถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของประชาชนที่รักชาติได้เลย จึงได้กำหนดให้ทำ
หลักฐานในการแสดงตนว่ามาจากหน่วยงานไหน ? เป็นคนของใคร ? แต่ผลที่ได้รับกลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐตั้งข้อหาดำเนินคดี และข่มขู่ กล่าวหา จากเจ้าหน้าที่ของรัฐมาโดยตลอด ทำให้ต้องได้รับความเดือดร้อน และบางครั้งต้องถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมาย ทำให้ข้าพเจ้าเสียความรู้สึกกับสภาพที่ประชาชนถูกเจ้าหน้าที่รัฐ กีดกัน รังแก และถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม แม้แต่จะชี้แจงข้อเท็จจริงให้เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านั้นเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ผล เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่สนใจเลย และยังใช้กฎหมายชั่วต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจตลอดมา
ข้าพเจ้ารับราชการมาเป็นเวลาหลายสิบปี (42 ปี) ได้มีประสบการณ์ในการปกครองลูกน้อง และรุ่นพี่ที่ปกครอง ข้าพเจ้าได้เห็นทั้งความเป็นธรรม และความไม่เป็นธรรมในสังคมข้าราชการ และเคยเห็นประชาชนเดือดร้อนในการพึ่งพาข้าราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่ผ่านมาข้าพเจ้าพยายามดูแลช่วยเหลือเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้เท่าที่ควร
ปัจจุบันท่านประธานใหญ่องค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ดร. อนันต์ บูรณวนิช ได้มีนโยบายและวัตถุประสงค์ มอบหมายให้ข้าพเจ้าจัดตั้งองค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ(สากล) โดยจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 18 ปี พ.ศ. 2550 เพื่อขยายองค์การ เพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพช่วยเหลือประชาชน และให้ความรู้ทางด้านกฎหมายได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ และนานาประเทศของชาติสมาชิกตามกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นโอกาสที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้อย่างเต็มความสามารถที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพ |